วันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

สมุนไพรรสเปรี้ยว

    ยาสมุนไพรรสเปรี้ยว รับมือไข้หวัดฤดูหนาว

    ยาสมุนไพรรสเปรี้ยว รับมือไข้หวัดฤดูหนาว



    ผลไม้รสเปรี้ยว

    ยาสมุนไพรรสเปรี้ยวรับมือไข้หวัดฤดูหนาว (ไทยโพสต์)
              ความเปรี้ยว ในทางการแพทย์แผนไทยคือรสยาหนึ่งในตัวยา 9 รส มีสรรพคุณแก้เสมหะพิการ เสมหะเหนียว ฟอกโลหิต ระบายอุจจาระ 
        

              รสเปรี้ยวเป็นรสชาติบำรุงบุคคลที่มีธาตุน้ำเป็นธาตุเจ้าเรือน คนธาตุน้ำมักเจ็บป่วยได้ง่ายในฤดูหนาว และโรคในฤดูกาลนี้ส่วนมากมักเป็นหวัด ไอ คัดจมูก น้ำมูกไหล เป็นไข้ ตัวร้อน เสมหะเหนียวข้น หายใจไม่ออก ฉะนั้นความเปรี้ยวจึงช่วยบำบัดได้ รสเปรี้ยวถ้ารับประทานมากไปก็จะทำให้ท้องอืด ถ้าเป็นแผลก็จะหายยาก อาจทำให้เกิดแผลในปากและร้อนในได้ แสลงกับโรคน้ำเหลืองเสีย บาดแผลและท้องร่วง ที่สำคัญคนที่เป็นโรคโลหิตจางไม่ควรทานรสเปรี้ยวมาก เพราะรสเปรี้ยวจะยิ่งไปกัดฟอกโลหิตให้จาง
        
              รสเปรี้ยวพบมากในผักผลไม้ทั่วไป สารสำคัญที่พบในรสเปรี้ยวคือวิตามินซีซึ่งเป็นกรด และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ประโยชน์ของวิตามินซีช่วยปกป้องเซลล์ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันการทำลายเซลล์ของสารอนุมูลอิสระ ช่วยให้เหงือกมีสุขภาพแข็งแรง ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน หรือที่เรียกว่าโรคลักปิดลักเปิด เพิ่มความต้านทานต่อโรคหัวใจ โดยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย โดยเฉพาะเมื่อรับประทานร่วมกับวิตามินอีจะไปลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด  
        
              มีรายงานของสหรัฐอเมริกาจากหอสมุดแห่งชาติด้านการแพทย์ ระบุว่า กลุ่มคนที่ต้องการวิตามินซีเพิ่มจากภาวะปกติ คือกลุ่มคนที่สูบบุหรี่ กลุ่มคนที่เตรียมผ่าตัดหรือเพิ่งฟื้นตัวจากการผ่าตัด ผู้ป่วยที่มีไตเทียม คนที่กระทบอากาศเย็นเป็นเวลานาน แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของวิตามินซีไปช่วยเสริมสร้างของเนื้อเยื่อในร่างกาย นอกจากนี้ ยังอาจมีความเป็นไปได้ที่วิตามินซีซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพนี้จะป้องกันและต่อสู้กับโรคมะเร็งได้ แม้จะยังไม่มีรายงานการวิจัยที่ชัดเจน สำหรับผู้ป่วยมะเร็งทั้งหลายก็สามารถใช้อาหารรสเปรี้ยวที่อุดมด้วยวิตามินซีนี้ดูแลรักษาสุขภาพของตนเองได้
        
              วิตามินซี หรือรสเปรี้ยว มีประสิทธิภาพในการรักษาอาการทั้งหลายที่เกิดจากไวรัสหวัด เพราะทำหน้าที่เพิ่มความแข็งแรงของภูมิต้านทาน โดยเฉพาะเม็ดเลือดขาว ความรู้เรื่องการใช้รสเปรี้ยวรักษาโรคหวัดนี้มีทุกชนชาติในโลก อย่างชาวตะวันตก เขาใช้น้ำมะนาวสดผสมกับน้ำอุ่นลดความรุนแรงของอาการไอจามจากหวัด แม้แต่คนไทยยังมีสูตรน้ำผึ้งผสมมะนาวรักษาโรคหวัด มะนาวจิ้มเกลือกวาดคอหรือรับประทานรักษาอาการไอ และละลายกัดฟอกเสมหะก็ได้ผลดี
        
              รสเปรี้ยวมีคุณสมบัติช่วยในการระบาย เช่น เอามะขามเปียกจิ้มเกลือ หรือมะขามเปียกต้มกรองเอาน้ำดื่ม ก็ใช้เป็นยาระบายได้ ปัจจุบันที่เขานำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์มีอยู่หลายตัว เช่น มะขามแขก เนื้อในฝักคูณ ชุมเห็ดเทศ เป็นต้น

        
    ผลไม้รสเปรี้ยว

     สมุนไพรรสเปรี้ยวมีมากมายที่เรารู้จักกันดี อาทิ 

               กระเจี๊ยบแดง ขับเมือกมันในลำไส้ออก นิยมทำเครื่องดื่มน้ำกระเจี๊ยบดับกระหายคลายร้อน 

               ชะมวง คุมธาตุ ช่วยย่อย ระบายท้อง มะกอก คุมธาตุ ช่วยย่อย แก้ธาตุพิการ แก้บิด 

               มะขาม แก้บิด ขับลมในลำไส้ ช่วยขับเสมหะ แก้ไอ เป็นยาระบายท้อง ช่วยการขับถ่ายได้ดี แก้กระหายคลายร้อน 

               มะเฟือง มีวิตามินซีสูง และเป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีสารแอนติออกซิแดนต์ ช่วยปกป้องต่อต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการผลิตเม็ดสีน้ำตาลหรือฝ้า ช่วยให้ฝ้าหนาหรือฝ้าที่สะสมมาเป็นเวลานานจางหาย พร้อมช่วยซ่อมแซมผิว 

               ฝรั่ง ช่วยลดระดับไขมันในเลือด เหมาะกับผู้ป่วยเส้นเลือดอุดตัน ช่วยลดสารพิษในร่างกาย และป้องกันไม่ให้ไขมันจับที่ผนังหลอดเลือด ผู้ป่วยเป็นโรคโลหิตจางไม่ควรทาน 

               สับปะรด มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูงช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ช่วยย่อยอาหาร ลดอาการแน่นท้อง ลดอาการอักเสบบวม ซ่อมแซมเนื้อเยื่อส่วนที่สึกหรอ ช่วยขับเสมหะ 

               ส้ม มีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตา 

               มะเขือเทศ ช่วยให้ร่างกายเกิดความสดชื่น ผิวพรรณผ่องใส ช่วยให้การย่อยอาหารดีขึ้น ช่วยฟอกเลือดและป้องกันมะเร็ง 

               แอปเปิล มีสารช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ทำให้การขับถ่ายดีขึ้น ปรับสมดุลการย่อยของอาหาร แก้โรคท้องร่วง ลดกรดในกระเพาะอาหาร บำรุงกระเพาะและช่วยย่อย ละลายเสมหะ 

               มะขามแขก เป็นยาถ่ายที่มีประวัตินานเกือบ 100 ปี สารแอนทราควิโนนจะมีฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ใหญ่ ทำให้ถ่ายท้องได้ และการค้นคว้าศึกษาพบว่า การใช้มะขามแขกนาน ๆ จะทำให้เกิดการขาดสารโปแตสเซียมได้ ถ้าจำเป็นต้องใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรรับประทานโปแตสเซียมด้วย 

               มะนาว จัดเป็นยาสมุนไพรที่รู้จักใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวางทั่วโลก เปลือกผลรสขม ช่วยขับลม น้ำมะนาวรสเปรี้ยวจัด เป็นยาขับเสมหะ เมื่อก่อนตามชนบทเมื่อเด็กหกล้มหัวโนจะใช้น้ำมะนาวผสมกับดินสอพองโปะบริเวณที่หัวโน จะทำให้เย็นและยุบเร็ว ผิวเปลือกของมะนาวมีน้ำมันหอมระเหย (Volatile oil) มีฤทธิ์ขับลม แก้ท้องอืดเฟ้อ น้ำมะนาวมีฤทธิ์รักษาโรคลักปิดลักเปิดเนื่องจากมีวิตามินซี ส่วนฤทธิ์ในการแก้ไอ ขับเสมหะ เนื่องมาจากกรดที่มีอยู่ในน้ำมะนาวกระตุ้นให้มีการขับน้ำลายออกมาทำให้ชุ่มคอ จึงลดอาการไอได้    

               กะทกรก แก้โรคเหน็บชา ยาถ่ายพยาธิ ช่วยรักษาบาดแผล รักษาโรคผิวหนัง หิด ช่วยขับปัสสาวะ ขับเสมหะ แก้ไอ แก้ปวด 

               ส้มกุ้ง สรรพคุณ แก้ลม แก้ช้ำใน แก้ไข้ ขับเสมหะ และขับโลหิต ปรุงเป็นยาถ่ายเส้น กัดเถาดานในท้อง 

               มะม่วง แก้คลื่นไส้อาเจียน วิงเวียน กระหายน้ำ แก้ท้องอืด ขับพยาธิ แก้ลำไส้อักเสบเรื้อรัง ท้องอืดแน่น แก้ไข้ตัวร้อน แก้อาการปวดเมื่อยเมื่อมีประจำเดือน แก้บิดถ่ายเป็นเลือด ใช้บำรุงอวัยวะในระบบการย่อยอาหาร สตรีมีครรภ์ที่มีอาการท้องเสีย ใช้เมล็ดคั่วบดเป็นผง ผสมนมเปรี้ยวทาน
        
              ยังมีผักผลไม้ที่เป็นยาและอาหารดี ๆ ที่เป็นสมุนไพรรสเปรี้ยวของบ้านเราอีกเยอะมากมาย ให้เราได้ศึกษาเรียนรู้และนำมาใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะการรณรงค์เน้นการกินผักผลไม้เพื่อลดและลาจากโรคร้ายต่าง ๆ ถ้าเราอยากมีสุขภาพดีอายุยืนยาว อยู่อย่างสง่า ตายอย่างสงบ หรือจะชะลอความชราด้วยสารอาหารจากพืชผักธรรมชาติก็ย่อมได้ แต่นั่นต้องศึกษาและลงมือปฏิบัติจริง สมุนไพรรสเปรี้ยวเป็นเพียงหนึ่งสรรพคุณความมหัศจรรย์ของผักผลไม้รสชาติต่าง ๆ ที่เร้าใจท่านที่อยากมีสุขภาพดี หันมาใช้ประโยชน์จากความมหัศจรรย์ของผักผลไม้ดังกล่าว

วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ

    ขิง สมุนไพรดี ๆ บำรุงธาตุไฟหน้าหนาว



    ขิง สรรพคุณ

    ขิง บำรุงธาตุไฟหน้าหนาว (หมอชาวบ้าน)
    โดย ภกญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ปราจีนบุรี

              ฤดูหนาว เป็นช่วงเวลาของ "วาตะธาตุ" หรือธาตุลมมีลักษณะเย็นและแห้ง ส่งผลกระทบต่อธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ที่ประกอบขึ้นเป็นชีวิตของคนเรา ใครที่มีธาตุทั้ง 4 สมดุล ก็อาจจะมีภูมิต้านทานกับการเปลี่ยนแปลงแห่งฤดูกาลได้มากกว่าคนอื่น ๆ

              สำหรับคนที่มีวาตะธาตุเป็นเจ้าเรือน คือ คนที่ผอมแห้งแรงน้อย หรือคนชราก็จะยิ่งได้รับผลกระทบมากกว่าคนอื่น ๆ และรวมทั้งวัยเด็กที่มีเสมหะอันมีลักษณะเย็นขึ้นเป็นเจ้าเรือน ธาตุไฟซึ่งอ่อนแรงอยู่แล้ว ก็จะยิ่งอ่อนแรงลงไป ธาตุน้ำ และธาตุลมก็ยิ่งกำเริบร่วมกัน เสมหะก็จะเหนียวและแห้ง คนจะเจ็บป่วยด้วยอาการหวัด และอาการไอแห้ง ๆ รวมทั้งมีการกำเริบของหอบหืด ซึ่งเป็นผลพวงแห่งการมาเยือนของฤดูหนาว

              ดังนั้น ในเด็กและคนชราจึงเป็นกลุ่มคนที่จะต้องดูแลอย่างใกล้ชิดในฤดูกาลนี้ และหนึ่งในสมุนไพรที่จะช่วยเพิ่มธาตุไฟในหน้าหนาวก็คือ "ขิง" นั่นเอง

              สำหรับสมุนไพร "ขิง" ได้มีการนำมาใช้อย่างแพร่หลายอย่างยาวนาน อาทิ จีน ซึ่งเป็นชนชาติเก่าแก่ก็ได้มีการใช้ประโยชน์จากขิงมายาวนาน แพทย์จีนโบราณจัดขิงเป็นพืชรสเผ็ดอุ่น มีฤทธิ์แก้หวัดเย็น ขับเหงื่อ บำรุงกระเพาะ แก้อาการคลื่นไส้อาเจียน ลดคอเลสเตอรอลที่สะสมในตับและหลอดเลือด

              ชาวจีนทั่วไปจะรู้ดีว่าถ้าต้มขิงกับน้ำตาลอ้อยจะช่วยแก้หวัด ถ้าใช้ขิงสดปิดที่ขมับทั้งสองข้างจะช่วยแก้ปวดหัว และถ้าเอาขิงสดอมไว้ได้ลิ้นจะช่วยแก้อาการกระวนกระวาย แก้คลื่นไส้อาเจียนได้ดี ในตำรับเภสัชของสาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ. 2528 จึงบรรจุขิงทั้งขิงสด ขิงแห้ง และทิงเจอร์ขิงเป็นยาสมุนไพรแห่งชาติตัวหนึ่ง

              แพทย์จีนโบราณใช้ประโยชน์จากขิงสดและขิงแห้งในแง่มุมที่ต่างกัน โดยใช้ขิงแห้งในภาวะที่ขาดหยาง (ภาวะขาดหยาง คือ ภาวะที่ร่างกายมีอาการเย็น หนาวง่าย ทนต่อความเย็นได้น้อย การย่อยอาหารไม่ดี เป็นต้น)


    ประโยชน์ของขิง


              ขิงสดจะใช้เมื่อต้องการกำจัดพิษที่เกิดจากการติดเชื้อภายในร่างกาย โดยการขับพิษออกมาทางเหงื่อ ขิงสดช่วยทำให้ร่างกายปรับสภาพในภาวะที่ร่างกายมีอาการเย็นได้เช่นเดียวกับขิงแห้ง ช่วยลดการคลื่นไส้อาเจียน โดยใช้ขิงสด 30 กรัม (3 ขีด) สับให้ละเอียดต้มกินในขณะท้องว่าง นอกจากนี้ ขิงยังช่วยกำจัดพิษโดยการเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ช่วยขับเสมหะ โดยการใช้ขิงสดคั้นเอาแต่น้ำประมารครึ่งถ้วยผสมน้ำผึ้ง 30 กรัม (6 ช้อน) อุ่นให้ร้อนก่อนกิน

              อินเดีย คืออีกชาติหนึ่งที่มีการใช้สมุนไพรขิงอย่างแพร่หลาย ซึ่งการใช้ขิงแห้งและขิงสดไม่แตกต่างกัน โดยจะใช้ขิงทาถูนวดเพื่อเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ใช้ขิงลดการอักเสบ แก้ปวด ลดอาการบวมน้ำ ใช้เป็นยากระตุ้นการอยากอาหาร เป็นยาช่วยย่อย ช่วยขับลมในลำไส้ ช่วยระงับอาการคลื่นไส้อาเจียน ช่วยกระตุ้นกำหนัด

              ตำรับยาทางอายุรเวทมีการใช้ขิงลดการบวมและการอักเสบของตับ คนพื้นเมืองอินเดียทั่วไปยังนิยมใช้น้ำคั้นจากขิงผสมน้ำผึ้ง และน้ำคั้นจากกระเทียมรักษาอาการหอบหืด ทั้งยังมีการใช้ขิงผงแห้งละลายน้ำอุ่นทาที่หน้าผากรักษาอาการปวดหัว

              แพทย์ชาวอาหรับโบราณก็ใช้ประโยชน์จากขิงคล้าย ๆ กัน แต่ที่แตกต่างคือ จะเน้นการใช้ขิงกระตุ้นความกำหนัด


    ขิง สรรพคุณ

              ส่วนคนยุโรปโดยทั่วไปจะใช้ชาขิงช่วยย่อย ช่วยรักษาอาการท้องอืดจากการดื่มเหล้า ช่วยขับลม ทั้งยังใช้รักษาโรคเกาต์ และกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต

              นักสมุนไพรรุ่นใหม่ของตะวันตก มักแนะนำให้ใช้ขิงช่วยย่อยอาหาร ช่วยการไหลเวียนของโลหิต และลดการคลื่นไส้อาเจียนจากการเคลื่อนไหวที่ไม่สมดุล (motion sickness) รวมทั้งให้ใช้ลดการคลื่นไส้อาเจียนหลังการผ่าตัด และจากการแพ้ท้องได้บ้าง แต่คนท้องไม่ควรกินเป็นประจำ

              อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คนทุกมุมโลกใช้ "ขิง" เหมือน ๆ กันคือ แก้หวัด และแก้ไอ
              "ขิง" มีชื่อวิทยาศาสตร์ Zingiber officinaie Rosc. มีสารหลายชนิดที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่

              มีการทดลองพบว่า น้ำขิงต้ม ทำให้เม็ดเลือดขาวชนิดแมกโครฟาจ (Macrophage) จับกินไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงคุณค่าภูมิปัญญาอันเก่าแก่ในการการใช้ประโยชน์จากขิง

              "ขิง" จึงเป็นสมุนไพรแนะนำสำหรับการใช้เป็นเครื่องดื่มในฤดูกาลนี้ เพราะขิงเป็นสมุนไพรที่หาง่าย มีความปลอดภัยสูง ใช้กันมานาน คนทั่วไปคุ้นเคย กินง่าย ทำได้เอง
              ปัจจุบัน ขิงบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ และองค์การอนามัยโลกรับรอง "ขิง" รักษาหวัด แต่ก็มีข้อจำกัดการใช้ในคนท้อง และกินยาก ยกเว้นต้องซื้อจากบริษัทผู้ผลิตที่มีการควบคุมคุณภาพที่ดีพอ ดังนั้น กรณีเป็นหวัด น้ำขิงต้มเองจะดีที่สุด และเราสามารถตั้งตำรับของเราเองได้ตามใจชอบด้วย


    น้ำขิง

     เคล็ดลับสุขภาพ

    ตำรับ "น้ำขิง" พิชิตหวัด แก้ไอ

              ส่วนผสม : ขิงแก่สด 1 ถ้วย น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ น้ำสะอาด 3 ลิตร

              วิธีทำ

               ล้างขิงให้สะอาด แล้วนำมาทุบให้พอบุบ ๆ โดยไม่ต้องขูดเปลือกทิ้ง

               ต้มขิงกับน้ำให้เดือดแล้วลดไฟลง เคี่ยวด้วยไฟอ่อนไปเรื่อย ๆ จนน้ำขิงกลายเป็นสีเหลือง เติมน้ำตาลตามใจชอบ

              สำหรับคนไทย แน่นอนว่ารู้จักสมุนไพร "ขิง" เป็นอย่างดี เพราะเป็นเครื่องเทศที่นำมาปรุงเป็นอาหารได้สารพัด ช่วยทำให้อาหารหอมหวนชวนกิน ช่วยดับกลิ่นคาวในอาหาร และอยู่ในตำรับยารักษาโรคภัยไข้เจ็บได้มากมายหลายโรค ทั้งช่วยขับลม ช่วยย่อยอาหาร ช่วยขับเหงื่อ ขับน้ำนม ช่วยบำรุงธาตุ บำรุงกำลัง ฯลฯ
              ดังนั้น ก่อนที่จะเจ็บป่วยเป็นอะไรไปในหน้าหนาวนี้ ต้มน้ำขิงกินกันไว้เลยดีกว่า

เมนูฮิตของคนทำงาน

    9 เมนูฮิตครองใจคนทำงาน กินแบบไหนถึงสุขภาพดี !



    อาหารจานเดียว


    9 เมนูฮิตครองใจคนทำงาน (Lisa)

              เรื่องอาหารการกินเป็นเรื่องสำคัญของเราทุกคน ยิ่งสาวออฟฟิศอย่างเราแล้วละก็ ต้องทำงานที่แข่งกับเวลา ในชั่วโมงเร่งด่วน จะขยับตัวไปไหนก็คงเป็นเรื่องยาก เมนูอาหารจานเดียวที่แสนจะธรรมดาจึงเป็นเมนูที่เราเลือกจะฝากท้องกัน แต่มีเมนูไหนฮิตครองใจเราคนทำงานอย่างเรา แล้วจะทานอย่างไรถึงจะมีสุขภาพดี ตามมาดูกัน

    ผัดกะเพรา

     ผัดกะเพรา

              อยู่ ๆ เกิดคิดไม่ออก บอกไม่ถูกว่าจะกินไรในมื้อนี้ ผัดกะเพรา ไม่ว่าจะเป็นหมู ไก่ ทะเล คือคำตอบ เพราะเคยขึ้นชื่อว่าเป็น "เมนูสิ้นคิด" จึงเลยเป็นเมนูติดอันแรกของชาวกรุง ความเด็ดอยู่ที่ รสจัดที่ถูกปากคนไทย บวกกับกลิ่นใบกะเพราหอม ๆ ราดข้าวสวยร้อน โป๊ะหน้าด้วยไข่ดาว แหม..ต้องว่าอร่อยเด็ดจริง ๆ 

               Tips : ในผัดกะเพราเป็นอาหารที่มีน้ำมันมาก หากจะกินดีและได้ประโยชน์ ควรจะใส่กระเทียมให้มากขึ้น เพราะกระเทียมเป็นตัวช่วยในการลดไขมันได้เป็นอย่างดี หรือหากใครที่ "ยี้" กระเทียม ก็สามารถใส่ผักอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น ถั่วฝักยาว ข้าวโพดอ่อน หัวหอมใหญ่ไปเพิ่มก็ได้


    ก๋วยเตี๋ยว

     ก๋วยเตี๋ยว

              ไปไหนมาไหน จะเห็นได้เลยว่า "ก๋วยเตี๋ยว" จะเป็นอาหารที่หารับประทานได้ง่ายที่สุด ไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำตก ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ หรือจะเป็นก๋วยเตี๋ยวปลาเย็นตาโฟก็อร่อยถูกใจคนกินทั้งนั้น เป็นเมนูที่ทานง่ายและครบเครื่อง มีทั้ง ลูกชิ้น เนื้อสัตว์ สารพัด จะเลือกกินแบบน้ำหรือแห้ง ปรุงเครื่องให้ถูกปาก เรียกว่าชามเดียวคุ้ม !

               Tips : การทานก๋วยเตี๋ยวที่ถูกต้อง ไม่ควรจะปรุง ทานรสชาติที่ร้านทำมาให้เลยจะดีกว่า แต่ถ้าหากอยากทานแบบไม่อ้วน "เกาเหลา" ก็เป็นเมนูอีกทางเลือก แนะนำให้ใส่พริกไทยเพิ่มก็จะดี เพราะช่วยเร่งในการเผาผลาญ


    ข้าวผัด


     ข้าวผัด

              ที่ร้านอาหารหรือร้านกับข้าวตามสั่ง หลาย ๆ คนก็เลือกที่จะสั่งเมนูนี้ เพราะเป็นเมนูที่เด็กทานได้ ผู้ใหญ่ทานดี ข้าวผัดร้อน ๆ ใส่ไข่ ใส่เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ตามต้องการ ผัดให้เข้ากับเครื่องปรุงและผักอื่น ๆ ไม่เกิน 5 นาที เราก็ได้อิ่มกับเมนูง่าย ๆ สำหรับคนที่ไม่ชอบทานรสจัดแล้ว

               Tips : ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารผัด ๆ ทอด ๆ นึกออกเลยว่าต้องเต็มไปด้วยน้ำมัน เมนูนี้ก็เช่นกันทานได้ แต่ก็ไม่ควรทานบ่อยนัก เป็นเมนูที่ให้พลังงานสูงจากทั้งน้ำมัน ข้าว และไข่ หากไม่อยากน้ำหนักเพิ่มกเลี่ยงเมนูนี้นะจ๊ะ


    ข้าวมันไก่

     ข้าวมันไก่

              เป็นอีกเมนูที่ฮิตติดลมบนไม่แพ้กัน เพราะอาหารที่ไม่ต้องใช้เวลานาน เตรียมข้าวมันที่ได้จากไก่ สับ ๆ ตบ ๆ ไก่ วางทับบนข้าว เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มสูตรพิเศษ เพียง 2-3 นาที ก็ได้ทานดับอารมณ์หิวกันแล้ว ทุกวันนี้พ่อค้า แม่ค้า ก็ครีเอทเป็นข้าวมันไก่ทอด ไก่อบ ไก่เกาหลีให้เราได้เลือกอร่อยกัน

               Tips : สาวกข้าวมันไก่อาจจะต้องระวังกันหน่อย เพราะแพทย์วิทยาศาสตร์ตรวจพบเชื้อจุลินทรีย์จากไก่ที่แขวนขาย หากแขวนไว้เกิน  5 ชั่วโมงเชื้อจะเติบโตเพิ่มขึ้น เมื่อทานไปแล้วอาจจะเกิดอาการท้องร่วงได้ ดังนั้นควรเลือกร้านให้ดี


    ส้มตำ

     ส้มตำ

              มาถึงเมนูสุดแซบ เมนูโปรดสำหรับสาว ๆ ที่กลัวอ้วนอย่าง "ส้มตำ" เมนูอิ่มอร่อย แต่แคลอรี่น้อย เป็นอาหารที่ต้องบอกว่ามีครบทุกรส ไม่ว่าจะเปรี้ยว เผ็ด เค็ม หวาน คลุกเคล้าให้เข้ากันกับมะละกอสับ รวมความแซบอยู่ในจานเดียว พูดก็ถึงกลับน้ำลาย ต้องขอสักจาน

               Tips : สำหรับคนที่ชอบกินรสจัดจะเสี่ยงกรดในกระเพาะอาหาร การกินอาหารเผ็ดทำให้เกิดกรดในกระเพาะอาหาร คนกินเผ็ดจึงมักมีอาการท้องขึ้นและรู้สึกอึดอัด


    ราดหน้า

     ราดหน้า-ผัดซีอิ๊ว

              อาหารที่ต้องขายกันแบบแพ็คคู่ เพราะวัตถุดิบที่ใช้เหมือนแทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเส้น หมู ผัก ต่างกันตรงแค่ราดหน้ามีน้ำ ผัดซีอิ๊วไม่มี แต่ถ้าพูดถึงความอร่อย สูสีกันมาเลยทีเดียว หากเบื่อข้าวเมื่อไหร่ อาหารจานเส้นก็เป็นอีกทางเลือก

               Tips : ราดหน้า ผัดซีอิ๊ว มีสิ่งที่ต้องระวังคือ การผัดเส้น ซึ่งจะทำให้เส้นกับน้ำมันโดนความร้อน หรือควันไฟ ก็อาจจะทำให้เกิดสารก่อมะเร็งได้เช่นกัน ดังนั้นการผัดให้เส้นไหม้เกรียมเกินไป ก็ทำให้เกิดสารก่อมะเร็งได้


    ข้าวขาหมู

     ข้าวขาหมู

              แค่ได้ยินชื่อก็อ้วนแล้ว สำหรับเมนูเพิ่นน้ำหนัก เนื้อหมูติดมันส่วนขาที่เมื่อต้มกับเครื่องพะโล้หอม ๆ ก็ทั้งหอมและน่ากิน ขาหมูพะโล้ที่เคี่ยวจนได้ที่ เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยและไข่ต้ม ทานคู่กับผักคะน้าต้นเขียว แก้เลี่ยนด้วยผักกาดดอง เท่านี้ก็ฟิน.. อิ่มท้องไปตลอดวันแล้ว

               Tips : หากรักที่จะกินข้าวขาหมูแล้วต้องไม่กลัวที่จะอ้วน ถ้ากินเครื่องเคียงทุกอย่างครบ ไม่ว่าจะเป็น ผักกาดดอง ผักคะน้า กระเทียม เพราะมันจะมีคุณสมบัติที่เพิ่มเติมคุณค่าอาหาร ลบล้างไขมันจากขาหมูที่เป็นส่วนเกินได้พอดีกัน


    ไข่เจียว

     ข้าวไข่เจียว

              อีกเมนูที่กินง่าย ทำง่าย เชื่อว่าหลายคนก็จะต้องทำทานเองได้ แต่จะอร่อยไหม นั่นคืออีกเรื่อง กับไข่เจียว อาหารที่ดัดแปลงสูตรมีท็อปปิ้งให้คนทานได้เลือกใส่กันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น หมูสับ แครอท มะเขือเทศ พริก ต้นหอม หัวหอมใหญ่ แหนม ตั้งน้ำมันร้อน ๆ เทไข่ลงไปทอดให้ฟู ทานคู่กับข้าวสวย แหมแค่นี้..ก็ไม่อยากบรรยายความอร่อย

               Tips : เมนูนี้อาจจะเป็นเมนูอันตรายสำหรับคนรักสุขภาพ เพราะไข่เป็นแหล่งรวมคอเลสเตอรอล สาเหตุของการเกิดโรคหัวใจวาย หรือโรคหลอดเลือดสมองได้ ควรทานในปริมาณที่เหมาะสม



     ผัดคะน้าหมูกรอบ

              ว้าว..หมูกรอบอาหารโปรดของคนไม่กลัวอ้วนเลยจริง เมนูที่มีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก หมูสามชั้นที่ทอดจนกรอบได้ที่ มาผักกับผักคะน้าก้านอวบ ๆ กรอบ ๆ คลุกเคล้ากับเครื่องปรุง ราดกับข้าวสวย ความอร่อยอยู่ที่หมูกรอบที่กรอบนอกนุ่มในน่ารับประทาน อร่อยลงตัวกับผักคะน้า
              
               Tips : เป็นอาหารที่ให้ไขมันสูง คนที่มีปัญหาไขมันในเลือดสูงหรือมีน้ำหนักตัวมาก ควรระวังการกินอาหารจานนี้ โดยถ้าเป็นผัดผักคะน้าที่ทำกินเองอาจเปลี่ยนจากหมูกรอบเป็นหมูเนื้อแดงแทน

              หากใครยังนึกไม่ได้ว่าจะกินอะไร ลองเลือกเมนูเหล่านี้ดูว่าเที่ยงนี้จะทานอะไร แต่ควรทานในปริมาณที่เหมาะสมนะคะ ไม่งั้นน้ำหนักอาจจะถามหาเอาก็ได้